In-house กับ Agency ยิงแอด ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำหน้าที่คนละแบบ
ในวันที่การยิงแอดกลายเป็นหัวใจของการเติบโตทางธุรกิจ คำถามที่เจ้าของธุรกิจต้องตัดสินใจไม่ใช่แค่ว่าควรยิงแอดหรือไม่ แต่คือควรให้ใครเป็นคนยิงแอด บางธุรกิจเลือกสร้างทีม In-house บางธุรกิจเลือกจ้าง Agency และหลายครั้งการตัดสินใจนี้ถูกมองเหมือนต้องเลือกข้าง ทั้งที่ในความเป็นจริง In-house กับ Agency ยิงแอดไม่ได้แข่งกัน เพราะทั้งสองมีบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทีม In-house มีจุดแข็งสำคัญคือความเข้าใจธุรกิจจากภายใน ทีมที่อยู่กับแบรนด์ทุกวันย่อมรู้ว่าสินค้าหรือบริการใดขายดี รู้ pain point ของลูกค้า เข้าใจข้อจำกัดด้านต้นทุน สต๊อก และกระบวนการทำงาน เมื่อยิงแอด ทีม In-house มักคิดจากภาพรวมของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตัวเลขโฆษณาเพียงอย่างเดียว ความได้เปรียบของ In-house คือการสื่อสารที่รวดเร็ว การปรับงานตามสถานการณ์จริงได้ทันที และความเข้าใจแบรนด์ในระดับที่คนภายนอกต้องใช้เวลาเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ทีม In-house มักมีข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร เวลา และมุมมองใหม่ โดยเฉพาะในตลาดที่การแข่งขันสูงและแพลตฟอร์มโฆษณาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ในขณะที่ Agency ยิงแอดมีจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากหลายอุตสาหกรรม Agency ทำงานกับธุรกิจหลากหลายรูปแบบ จึงมองเห็นแพตเทิร์นว่าอะไรได้ผล อะไรไม่คุ้มค่า เข้าใจแนวโน้มของแพลตฟอร์ม เช่น Facebook Ads, Google Ads หรือ TikTok Ads และรู้วิธีปรับกลยุทธ์ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง การยิงแอดในมุมของ Agency มักขับเคลื่อนด้วยระบบ ข้อมูล และการทดสอบอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ Agency นำมาให้ธุรกิจคือความเร็วในการทดลอง มุมมองจากคนนอกที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ และความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้าน Performance Marketing อย่างไรก็ตาม Agency จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจบริบทภายในของธุรกิจ หากการสื่อสารไม่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของเจ้าของกิจการ
หากเปรียบการยิงแอดเป็นการขับรถ ทีม In-house คือคนที่รู้จักเส้นทางทุกซอย รู้ว่าช่วงไหนรถติด และควรเลี่ยงอะไร ส่วน Agency คือคนที่เข้าใจเครื่องยนต์ รู้ว่าควรเร่งตรงไหน ชะลอเมื่อไหร่ และปรับการขับขี่อย่างไรให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุด รถจะไปถึงจุดหมายได้ดี ไม่ใช่เพราะเลือกคนขับเพียงคนเดียว แต่เพราะบทบาทเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม
ปัญหาที่หลายธุรกิจเผชิญเมื่อยิงแอดแล้วไม่เห็นผล มักไม่ใช่เพราะ In-house ไม่เก่ง หรือ Agency ไม่เข้าใจธุรกิจ แต่เป็นเพราะขาดระบบที่ชัดเจน เป้าหมายไม่ตรงกัน KPI ไม่สอดคล้อง และการตัดสินใจไม่ได้อ้างอิงจากข้อมูลจริง ไม่ว่าใครจะเป็นคนยิงแอด หากไม่มีระบบ Performance Marketing ที่ดี การเติบโตอย่างยั่งยืนย่อมเกิดขึ้นได้ยาก
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจจำนวนมากเริ่มพบว่าโมเดลที่ได้ผลที่สุดคือการให้ In-house และ Agency ทำงานร่วมกัน In-house ให้ข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจ ขณะที่ Agency ช่วยวางกลยุทธ์ ทดสอบ และเร่งผลลัพธ์ เมื่อทั้งสองฝั่งสื่อสารด้วยข้อมูลเดียวกัน การยิงแอดจะไม่ใช่เรื่องของอีโก้หรือความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด In-house กับ Agency ยิงแอดไม่ได้แข่งกัน แต่ทำหน้าที่คนละแบบ การตัดสินใจที่ดีไม่ใช่การถามว่าใครเก่งกว่า แต่คือการถามว่าโครงสร้างแบบไหนเหมาะกับธุรกิจในช่วงเวลานั้น เพราะการยิงแอดที่ดีไม่ใช่เรื่องของใครทำ แต่คือการทำให้ทุกบาทของงบโฆษณาสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน วัดผลได้ และต่อยอดการเติบโตของธุรกิจได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ Doubleboost ใช้ในการวางกลยุทธ์ Performance Marketing ให้กับลูกค้าเสมอ
