เมื่อ Performance Marketing เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดของธุรกิจ
ในอดีต การทำการตลาดอาจเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า “จะทำให้คนเห็นแบรนด์เราได้อย่างไร?” แต่ในปัจจุบัน คำถามของเจ้าของธุรกิจกลับเปลี่ยนไปเป็น “เงินที่ใช้ไป สร้างผลลัพธ์อะไรกลับมาบ้าง?”
ความเปลี่ยนแปลงของคำถามนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การตลาดสมัยก่อนและปัจจุบันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และหัวใจสำคัญของความแตกต่างนั้นคือแนวคิดของ Performance Marketing
การตลาดสมัยก่อน: การมองเห็นคือความสำเร็จ
การตลาดในอดีตเน้นการสื่อสารแบบกว้าง เช่น โฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือป้ายบิลบอร์ด จุดเด่นของการตลาดรูปแบบนี้คือการเข้าถึงคนจำนวนมาก ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และความน่าเชื่อถือในระยะยาว แต่ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ไม่สามารถวัดผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้อย่างชัดเจน เจ้าของธุรกิจอาจรู้ว่าโฆษณาถูกเผยแพร่ออกไป แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง
ใครตัดสินใจซื้อ และงบประมาณที่ใช้ไปให้ผลตอบแทนมากน้อยเพียงใด
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: ป้ายโฆษณากับแดชบอร์ดข้อมูล
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพการตลาดสมัยก่อนเปรียบเสมือนการติดป้ายโฆษณาข้างถนน คุณจ่ายเงิน มีคนเห็นแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าใครเห็น และเห็นแล้วเกิดการตัดสินใจหรือไม่ ในขณะที่การตลาดยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะ Performance Marketing เปรียบเสมือนการมีแดชบอร์ดข้อมูลที่รายงานผลแบบเรียลไทม์ คุณสามารถเห็นได้ทันทีว่า มีคนเข้ามากี่คนมาจากช่องทางใดใครกลายเป็นลูกค้า และต้นทุนต่อผลลัพธ์อยู่ที่เท่าไร
การตลาดยุคปัจจุบัน: วัดผลได้และปรับได้
การตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสื่อสาร แต่เน้นที่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ Performance Marketing คือแนวคิดที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย จำนวนลูกค้าใหม่ ค่าใช้จ่ายต่อผลลัพธ์ หรือ ROI ทุกแคมเปญสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับกลยุทธ์ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจทางการตลาดจึงไม่ใช่เรื่องของการคาดเดาอีกต่อไป
ความแตกต่างเชิงแนวคิดระหว่างอดีตและปัจจุบัน
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดของการตลาดสมัยก่อนและปัจจุบันคือวิธีคิดการตลาดสมัยก่อนมักตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรให้มีคนเห็นมากที่สุด แต่ Performance Marketing จะตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดจากการเน้นปริมาณการเข้าถึง เปลี่ยนมาเป็นการเน้นคุณภาพของผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ทำไม Performance Marketing จึงเหมาะกับธุรกิจยุคนี้
ในยุคที่ต้นทุนโฆษณาสูงขึ้นการแข่งขันรุนแรงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาการตลาดแบบเดิมเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป Performance Marketing ช่วยให้ธุรกิจควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น ตัดสินใจจากข้อมูลจริง และลดความเสี่ยงจากการลงทุนทางการตลาด
สรุป: จากการตลาดแบบเดิม สู่ Performance Marketing
การตลาดสมัยก่อนและปัจจุบันแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องของการวัดผล จากยุคที่การมองเห็นคือความสำเร็จ สู่ยุคที่ผลลัพธ์เชิงธุรกิจคือคำตอบ Performance Marketing ไม่ได้เข้ามาแทนที่การตลาดแบบเดิมทั้งหมด แต่เข้ามาเติมเต็มด้วยแนวคิดที่วัดผลได้ ปรับได้ และสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน การเข้าใจความแตกต่างของการตลาดทั้งสองยุค
คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
